บทที่ 2 มีอะไรสนุกกว่านั้น

ย้อนกลับไปสองวันก่อนหน้า

“แต่งงาน!!”

“ใช่ลูก แต่งงาน! แต่เบื้องต้นก็คงจะหมั้นไว้ก่อน”

“นี่มันอะไรกันคะพ่อ ขิมเพิ่งอยู่ปีสองนะ แล้วขิมก็เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อด้วย อยู่ ๆ พ่อจะให้ขิมไปแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้แบบนี้ได้ยังไง” เสียงหวานเอ่ยยืดยาวต่อพ่อของเธออย่างไม่เข้าใจ

“ไม่ใช่คนแปลกหน้าหรอกลูก เขาเป็นลูกชายของเจ้านายพ่อเอง”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะค่ะ สำหรับขิมก็ถือว่าไม่รู้จักอยู่ดี แล้วขิมก็จะไม่ยอมแต่งด้วย”

เพลงขิมกล่าวอย่างดื้อรั้น เธอค้านพ่อของเธอแบบหัวชนฝา สำหรับเธอแล้วการแต่งงานมันเป็นเรื่องใหญ่มาก คนสองคนที่จะใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่านั้นจะต้องไม่ใช่ใครก็ได้แบบนี้สิ

“เรื่องนี้ลูกไม่ได้มีสิทธิ์ตัดสินใจ”

“อะไรนะคะ”

“เอาเป็นว่าถ้าไม่อยากให้พ่อเดือดร้อน…ลูกก็ต้องแต่งงานกับพี่เขา”

พี่ไหน หัวจะปวด…

“แล้ววันมะรืนนี้ก็เตรียมตัวไปพบกับพวกเขาด้วย เราจะคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจังในวันนั้นเลย”

คนสูงวัยไม่รอให้ลูกสาวได้คาดคั้นเอาความอะไรอีกก็เดินหนีหายไป ทิ้งให้เธอยังคงอึ้งและไม่เข้าใจกับคำพูดของผู้เป็นพ่อ

แล้วนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอมาอยู่ที่นี่ในคืนนี้…โรงแรม U ตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองหลวง

ปกติเพลงขิมไม่ใช่คนที่ชอบใช้เงินไปกับเรื่องสิ้นเปลือง เนื่องจากเธอทำงานหาเงินมาด้วยตัวเอง จึงรู้สึกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์มีค่ามาก เว้นเสียแต่ว่าวันนี้เธออยากปลดปล่อย แล้วบาร์ของโรงแรมหรูแห่งนี้ก็ขึ้นชื่อมาก ๆ เรื่องความนิยมชมชอบ สถานที่ที่มักถูกกล่าวขานถึงจากนักท่องราตรีทั้งหลายแหล่ เธอจึงเผลอให้ความสนใจไปบ้างตามประสาของคนที่ไม่เคยรู้และไม่เคยลอง จนกระทั่งคืนนี้ที่เธอตัดสินใจมา ถึงราคามันจะแพงแต่ถ้าเธอจะสั่งค็อกเทลมาดื่มแค่สักแก้วก็คงไม่พอให้กระเป๋าเธอแฟบหรอกใช่ไหม

“แมนฮัตตันได้แล้วครับ”

พนักงานวางแก้วค็อกเทลลงบนโต๊ะ ก่อนโค้งคำนับแล้วจากไป ร่างบางมองแก้วสวยใบนั้นก่อนจะยกมันขึ้นจิบเบา ๆ ใบหน้าหวานเหยเกไปเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงรสชาติแปร่ง ๆ มันหวานแต่ก็ขม มีกลิ่นหอมแต่ก็ฉุนจนเธองง

“รสชาติแปลกดีแฮะ เหมือนกับชีวิตคนเราเลย”

เพลงขิมอดตัดพ้อไม่ได้ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ดี ๆ ก็ถูกจับแต่งงานกับคนแปลกหน้าเสียอย่างนั้น ตั้งแต่ที่พ่อยื่นคำขาดกับเธอก็ใช่ว่าเธอจะไม่พยายามต่อรอง หรือหาข้อแม้ใด ๆ เธองัดทุกวิธีที่คิดว่าจะได้ผล แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจพ่อของเธอได้เลย

ร่างบางมองแก้วสวยในมือพลางคิดย้อนไปยังเรื่องราวสมัยที่เธอเป็นเพียงเด็กตัวเล็ก ๆ ก่อนหน้านี้เธอเคยมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ได้มีทั้งพ่อและแม่ไม่ต่างจากเด็กคนอื่น ๆ แต่วันหนึ่งความสมบูรณ์เหล่านั้นก็เปลี่ยนไป เมื่อพ่อแม่ของเธอได้หย่าร้างและแยกกันไปคนละทิศคนละทาง เหตุผลก็เพราะพ่อจับได้ว่าภรรยาของตนนั้นคบชู้สู่ชาย หลังจากวันนั้นราเชนทร์ที่กลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวก็ทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ เขาแทบไม่เคยขัดใจลูกสาวคนนี้สักอย่าง เพียงเพราะอยากเติมเต็มส่วนที่ขาดไปให้กับเธอ น่าแปลกที่ครั้งนี้กลับจะยกเธอให้คนอื่นดูแลโดยไม่ยอมฟังคำทัดทานของเธอเลยแม้แต่น้อย

ความน้อยอกน้อยใจแล่นเข้ามาเกาะกุม เมื่อคิดไปว่าพ่อของเธอมั่นใจได้อย่างไรว่าเธอจะได้พบกับคนดีที่สามารถดูแลเธอได้ ต่อให้สถานะทางการเงินของเขาจะเพียบพร้อมแค่ไหน แต่การดูแลใจกันล่ะ มันไม่สามารถใช้เงินซื้อได้ไม่ใช่เหรอ

ไม่มีหรอกนะที่อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง เริ่มต้นด้วยความรักแท้ ๆ ยังนอกใจกันได้ นับประสาอะไรกับคนที่ไม่เคยมีใจให้แต่ต้องมาอยู่ด้วยกัน

“อยากให้หมั้นก็จะหมั้น คุณจะต้องประทับใจที่ได้ว่าที่ภรรยาคนนี้ไปครอบครอง” คำพูดประชดประชันถูกกล่าวออกจากปากสวย ก่อนที่มือบางจะยกค็อกเทลในแก้วดื่มรวดเดียวจนหมด

“แมนฮัตตันแรงไม่น้อยเลยนะคุณผู้หญิง ยกรวดเดียวแบบนั้นระวังจะเซแล้วไม่มีใครช่วยพยุงนะครับ”

เสียงทุ้มนุ่มหูชวนให้เธอเงยหน้าขึ้นมองชายปริศนาผู้มาใหม่ ดวงตาสวยเริ่มฉ่ำปรือเล็กน้อยเพราะไม่ถนัดเรื่องแอลกอฮอล์ดีนัก แต่แม้ภาพตรงหน้าจะเบลออย่างไร ความหล่อออร่าของเขานั้นก็ยังมองเห็นได้ง่ายอยู่ดี

หล่อจนตะลึงค้างได้มีอยู่จริง!!

ร่างบางที่ยังคงตกอยู่ในภวังค์ค่อย ๆ ไล่สายตาไปทีละส่วนของบุคคลตรงหน้า ใบหน้าหล่อร้ายแต่ก็มีความทะเล้นและเจ้าเล่ห์อยู่ในที อาจจะเป็นเพราะดวงตาที่ฉายความเซ็กซี่คู่นั้น มันดูมีสัญญาณเชื้อเชิญให้เหยื่อตกหลุมพรางได้อย่างชัดเจน สันจมูกโด่ง กรอบหน้าคมรับกับทรงผมยาวระต้นคอสีเทาอมม่วงที่ถูกรวบไว้ครึ่งศีรษะ ทั้งหมดทั้งมวลทำให้เธอมองออกว่าเขานั้นเข้าถึงได้ง่ายแค่ไหน และนั่นก็ทำให้เธอเกิดนึกสนุกขึ้นมา

“รู้ได้ยังไงคะว่าฉันจะไม่มีใครช่วยพยุง”

“ก็มองอยู่นานแล้ว ไม่เห็นว่าคุณจะมีใครสักหน่อย”

“มีสิคะ ก็คุณไง” สิ้นเสียงหวานที่ตอบกลับไป ทำเอาชายหนุ่มให้ความสนใจในตัวเธอไม่น้อย รอยยิ้มที่ยกปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเอาไว้ถูกส่งไปให้ร่างบาง แล้วความแพรวพราวนั่นก็ทำให้เธอชะงักค้างไปเป็นรอบที่สอง

เจ้าชู้!! ร้ายกาจ!! ทั้งที่รู้แต่เธอก็ถูกเขาตกเข้าอย่างจังแล้ว

“สนใจนั่งด้วยกันไหมคะ”

“ยินดีครับ” ร่างสูงนั่งลงด้วยความเต็มใจ ก่อนดีดนิ้วเป็นสัญญาณเรียกพนักงานของโรงแรมที่อยู่บริเวณนั้นให้ตรงเข้ามาหา

“ขอโคลเวอร์คลับให้คุณผู้หญิงคนนี้หน่อยครับ”

ท่าทางขั้นเซียนแสนเท่ของเขายิ่งทำให้หญิงสาวหลงใหล แม้ปกติแล้วสำหรับเพลงขิม ผู้ชายแบดบอยแถมยังพราวเสน่ห์แบบนี้เธอคงไม่มีวันเล่นด้วยหรอก ยกเว้นวันนี้!!

ไม่นานค็อกเทลที่เขาสั่งให้ก็มาเสิร์ฟถึงที่ เครื่องดื่มสีชมพูหวานถูกบรรจุอยู่ในแก้วทรงสวย มันดูน่าลิ้มลองยิ่งกว่าแก้วที่เธอสั่งก่อนหน้านี้เสียอีก

“คุณชอบวิสกี้เหรอครับ เห็นว่าสั่งแมนฮัตตันมาดื่ม”

“ไม่หรอกค่ะ อันที่จริงสั่งไปก็เพราะเห็นว่ามันมีเชอร์รี่เท่านั้นเอง ไม่คิดว่าจะแรงขนาดนี้เหมือนกัน”

“ถ้างั้นผมคิดถูกแล้วว่าแก้วนี้เหมาะกับคุณมากกว่า ลองชิมดูครับ” คนด้านข้างพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนยื่นแก้วสวยนั้นมาตรงหน้าเธอแล้วอธิบายต่อ

“โคลเวอร์คลับมีส่วนผสมของเหล้าจินกับผลไม้ รสชาติจะออกเปรี้ยวอมหวาน ผมถึงได้คิดว่ามันเหมาะกับคุณ”

เพลงขิมพยักหน้ารับ เธอยกแก้วขึ้นดื่มตามที่เขาแนะนำ จนทันทีที่ปลายลิ้นได้สัมผัสกับน้ำสีสวยก็ได้รับรู้ถึงรสชาติเปรี้ยวอมหวานที่ดื่มได้ง่าย และดูเหมาะกับเธอมากกว่าอย่างที่เขาบอกไว้จริง ๆ

“ขอบคุณนะคะ แก้วนี้ฉันชอบมาก”

“ดีใจที่คุณชอบนะ”

“คุณดูเป็นคนสนุกดีนะคะ”

“หมายถึงพูดคุยสนุก หรือใช้ชีวิตสนุกล่ะครับ” ชายหนุ่มย้อนถามอย่างรู้ทัน

“ก็…ทั้งสองอย่างล่ะมั้งคะ”

เขาหัวเราะออกมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบของหญิงสาว มือหนาคว้าแก้วที่ถือติดมาด้วยในตอนแรก ม้วนมันเป็นวงกลมเพื่อกวนเหล้าเพียว ๆ สีเข้มจัดในนั้น ก่อนยกมันขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดตามปกติที่เขาชอบทำ

สายตาแพรวพราวของเขาจ้องมองไปที่คนตัวเล็กข้างกาย พลางใช้นิ้วโป้งปาดเอาหยดเหล้าที่ซึมตามมุมปากของตัวเองออก เพลงขิมมองท่าทางนั้นด้วยความรู้สึกวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก ก่อนเขาจะเอ่ยประโยคที่เรียกอัตราการเต้นของหัวใจเธอได้มากกว่าเดิม

“ตัวผมมีอะไรสนุกกว่าการพูดคุยอีกนะ”

“อ..อะไรคะ”

“คุณเคยวันไนต์ไหมครับ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป